วัดแม่พระรับสาส์น ม.เอแบค หัวหมาก วัดน.หลุยส์ มารีเดอมงฟอร์ด ม.เอแบค บางนา บาทหลวงบรรจง สันติสุขนิรันดร์
ตารางมิสซา วัดแม่พระรับสาส์น
วันธรรมดา
จ.-ศ. 17.00 น.(ภาษาอังกฤษ)
วันอาทิตย์
08.30 น.(ภาษาไทย)
 
10.00 น.(ภาษาอังกฤษ)
   กลับหน้าหลัก

  สมาคมสภาการศึกษาคาทอลิก
  แห่งประเทศไทย
  สภาการศึกษาคาทอลิก
  แห่งประเทศไทย



เนื่องจากผู้บริหารโรงเรียนคาทอลิกหลายแห่ง เกิดความสงสัยและรู้สึกสับสนเกี่ยวกับการจัดศาสนพิธีขึ้นในโรงเรียนตามโอกาสต่าง ๆ กัน สภาการศึกษาคาทอลิกได้จัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวหลายครั้งหลายหน และในที่สุด ได้มีมติเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2528 ให้เสนอแนวปฏิบัติเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาพระสังฆราชดังนี้ *
  1. โรงเรียนคาทอลิกเป็นสถานศึกษา ภายใต้การบริหารของผู้ที่นับถือคริสตศาสนาหรือดำเนินการบริหารโดยผู้แทนของศาสนจักรคาทอลิก ซึ่งเป็นที่รับรู้ของประชาชนทั่วไป จึงเป็นสิทธิโดยชอบธรรมที่ผู้บริหาร จะจัดให้มีพิธีของคริสตศาสนาขึ้น เพื่อเป็นสิริมงคลแก่โรงเรียนของตนตามโอกาสอันควร
  2. สิ่งสำคัญหรือหัวใจของศาสนพิธี คือ การที่ประชาคมในโรงเรียน ไม่ว่าจะถือศาสนาใด สำรวมตนอยู่ในบรรยากาศสงบ มีโอกาสยกจิตใจและตั้งจิตอธิษฐานร่วมกัน "เมื่อใดพวกท่านอยู่ด้วยกันตั้งแต่ 2-3 คนขึ้นไปเราจะอยู่ท่ามกลางท่าน"(มัธเทว 18:20) สิ่งนี้สำคัญมากกว่าอุปกรณ์ประกอบพิธีภายนอก
  3. ในการจัดให้มีพิธีใด ๆ ภายในโรงเรียน และผู้ใหญ่ของโรงเรียนเป็นประธานในพิธี การจัดโต๊ะและใช้ภาชนะแบบศิลปหัตถกรรมของไทย เพื่อประดิษฐานรูปกางเขนหรือแม่พระ ควรจะได้รับการส่งเสริม
  4. ไม่ควรนำวิธีปฏิบัติอื่นใดที่จะทำให้เกิดปัญหาและความกังขา เข้ามาผนวกกับประเพณีของโรงเรียนที่เคยถือปฏิบัติกันมาด้วยความสงบเรียบร้อย
  5. การจัดตั้งแท่นพระ 2 ศาสนาขึ้นในเวลาเดียวกัน และสถานที่เดียวกัน ให้เจ้าของสถานที่จัดด้วยความรอบคอบ
  6. ในการจัดประกอบพิธีใด ๆ ในโรงเรียน เช่น พิธีตั้งกองลูกเสือ ถ้ามีราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นประธานในพิธี และเรียกร้องให้จัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาพร้อมด้วยพุทธรูป โรงเรียนอาจอนุโลมให้ทำได้
  7. ในกรณีที่องค์การเอกชน หรือหน่วยงานราชการขอยืมสถานที่โรงเรียนเพื่อจัดกิจกรรมของชุมชน เช่นชุมนุมลูกเสือชาวบ้าน การอบรมครูประจำจังหวัด ฯลฯ และในกิจกรรมดังกล่าว มีการตั้งรูปพระเพื่อใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนาอื่น ที่มิใช่คาทอลิก โรงเรียนควรอนุญาตให้จัดทำพิธีได้
 
---------------------------------------------
* เอกสารฉบับนี้ ได้รับการแก้ไขหลายครั้ง โดยผู้ใหญ่ฝ่ายศาสนจักร และครั้งสุดท้ายเมื่อ วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2529ได้รับความเห็นชอบ จากสภาพระสังฆราช แห่งประเทศไทย ในเดือนสิงหาคม 2529 ตามความที่ปรากฏ
 


จุดยืนและนโยบายของสภาการศึกษาคาทอลิกในเรื่องนี้คือ

  1. อบรมเด็กและเยาวชนให้มีความเลื่อมใสศรัทธาในสัจธรรมของศาสนาของตน
  2. อบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชนทุกศาสนาให้มีทัศนคติที่เห็นอกเห็นใจต่อกัน ด้วยอัธยาศัยไมตรี
  3. นำวัฒนธรรมของชาติมาบูรณาการ การปฏิบัติศาสนกิจ ซึ่งทำให้เกิดคุณค่าในศาสนกิจ ในขณะเดียวกัน ศาสนาจะช่วยจรรโลงและเชิดชูวัฒนธรรมของชาติให้มีคุณค่าสูงขึ้น

ฉะนั้น สภา ฯ ขอให้โรงเรียนถือปฏิบัติ ดังนี้

  1. โรงเรียนควรหาครู ที่มีความรู้อย่างลึกซึ้งและถูกต้องของศาสนาอื่นมาสอนศาสนาแก่นักเรียน
  2. โรงเรียนควรจัดให้มีครูที่เป็นพุทธมามกะ นำนักเรียนที่นับถือพุทธศาสนาไปร่วมพิธีอย่างชาวพุทธที่ดี โอกาสวันสำคัญของพุทธศาสนา
    การนำนักเรียนไปฟังธรรมเทศนาที่ศาสนสถานใกล้กับโรงเรียนเป็นครั้งคราว เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน
  3. การเชิญพระภิกษุในฐานะผู้รู้มาอบรมเรื่องพุทธศาสนาเป็นครั้งคราวทำได้ด้วยความรอบคอบ
  4. ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องปรึกษาหารือกับพระสงฆ์เจ้าวัด หรือประมุขของสังฆมณฑลเสียก่อนเมื่อจะมีการเชิญพระภิกษุหรือผู้นำทางศาสนาอื่น มาประกอบพิธีทางศาสนาในโอกาสพิเศษในโรงเรียน
อย่างไรก็ดี โรงเรียนจะต้องไม่ลืมว่า บิดามารดาหรือผู้ปกครองของนักเรียนมีหน้าที่นำบุตรหลานของตนเข้าใกล้ศาสนามากกว่าผู้อื่น
 
 
 
สภาการศึกษาคาทอลิก แห่งประเทศไทย
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 592 ซ. รามคำแหง 24 ถ. รามคำแหง
แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
โทร. 0-2300-4543-53 ต่อ 1133, 1161 โทรสาร. 0-2300-4543-53 ต่อ 1368
E-mail : catholic@au.edu

© 2551 - สภาการศึกษาคาทอลิก แห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สงวนลิขสิทธิ์